“โรนัลโด้” สวมบทฮีโร่ชนะ “ไก่เดือยทอง” 1-0

  เมื่อ: Thursday, April 14th, 2011, หมวด ข่าวกีฬา     444 ความคิดเห็น »
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

คริสเตียโน โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) สวมบทฮีโร่คว้าชัยให้ทีม “ราชันชุดขาวเรอัล มาดริด บุกไปย้ำแค้นทีม “ไก่เดือยทองสเปอร์ส ถึงไวท์ ฮาร์ท เลน 1-0 ได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเพื่อพบกับคู่ปรับตลอดกาล “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ต่อไป

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 (13 เม.ย.54)

สเปอร์ส 0-1 เรอัล มาดริด (รวมผลสองนัด เรอัล มาดริด ชนะ 5-0)
สนาม : ไวท์ ฮาร์ท เลน

“ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส พบกับภารกิจสาหัสเมื่อโดน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ถล่มมาเละเทะถึง 4-0 ในเกมแรก ทำให้ต้องชนะในสกอร์ 5 ลูกขึ้นไปจึงจะผ่านเข้ารอบได้

เกมนี้ สเปอร์ส ไม่มีชื่อของ ปีเตอร์ เคราช์ กองหน้าร่างโย่งที่โดนแบนเนื่องจากไปโดนใบแดงในเกมที่แล้ว แต่ยังได้ อารอน เลนน่อน ผ่านความฟิตกลับมาลงสนาม ขณะที่ เรอัล มาดริด ไม่มีกั๊กใส่ชุดใหญ่ลงสนามเต็มที่ถึงจะมีเกมกับ บาร์ซ่า รออยู่ในสุดสัปดาห์ก็ตาม

เรอัล มาดริด เริ่มต้นเกมได้อย่างน่ากลัว โดยแค่ 3 นาทีก็ได้จังหวะทักทายก่อนครั้งแรกจากการทำชิ่งของ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ คืนให้กับ เมซุต โอซิล ได้หลุดเข้าไปในเขตโทษแต่ซัดเบาเกินไปทำให้ เออเรลโญ่ โกเมส รับเอาไว้ได้

สเปอร์ส ไม่ยอมโดนข้างเดียวขอโต้กลับทันที โดย แกเร็ธ เบล กระชากบอลผ่านแบ็กขวา เซร์คิโอ รามอส ได้แล้วก่อนโดน ชาบี้ อลอนโซ่ ดักไว้ในเขตโทษ แต่ว่าผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้เป็นจุดโทษแต่อย่างใด

จากนั้น เบล พาบอลกระชากหลุดเข้าไปได้อีกครั้ง ตานี้ได้ซัดแต่ว่าบอลโดน อิเคร์ กาซิญาส รับเอาไว้ได้ ลูก้า โมดริช พยายามจะซ้ำก็ยังโดนอลอนโซ่ เข้าปะทะในเขตโทษล้มไปอีก และผู้ตัดสินก็ยังไม่ยอมให้จุดโทษเหมือนเดิม

ทั้งสองทีมเปิดเกมกันอีกพักใหญ่ก็เริ่มชะลอจังหวะของเกมลง โดย สเปอร์ส ก็ยังพยายามที่จะเดินหน้าหาช่องทำประตูต่อไปแต่ก็ไม่ได้มีจังหวะที่ได้ลุ้นอะไรชัดเจนนัก นอกจากจังหวะที่ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท เปิดให้ โมดริช โหม่งคืนมาให้ เบล ได้ยิงเข้าประตูแต่ว่า โมดริช โดนจับล้ำหน้าไปก่อน ก่อนที่เกมจะจบครึ่งแรกด้วยการเสมอกันอยู่ 0-0

กลับมาเล่นใหม่ในครึ่งหลัง ผ่านไปแค่ 5 นาที เรอัล มาดริด ก็กลับมาเป็นฝ่ายได้ประตูออกนำไปก่อนแบบง่ายๆจากจังหวะการยิงไกล 30 หลาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งโกเมส ทำพลาดรับบอลหลุดทะลักเข้าประตูตัวเองไป ทีมเยือนจึงนำ 1-0

ประตูนี้ทำให้สกอร์รวมเป็น 5-0 และสเปอร์ส ต้องยิงอีก 6 ลูกจึงจะเข้ารอบทำให้ เรอัล มาดริด สบายใจขึ้นเยอะ โดยเจ้าบ้านเองก็พยายามแล้วที่จะกู้ศักดิ์ศรีคืน ซึ่งก็มีโอกาสจาก พาฟลิวเชนโก้ ที่ได้โหม่งโล่งๆ และลูกยิงไกล 25 หลาของ เจอร์เมน เดโฟ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองแต่ก็โดนเซฟเอาไว้ได้

สุดท้ายเกมจบลงที่ประตูโทนของ โรนัลโด้ และ เรอัล มาดริด ได้ผ่านเข้ารอบไปพบกับ บาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอดกาลในศึก “เอล กลาซิโก้” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

Comments

comments

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Thursday, April 14th, 2011, หมวด ข่าวกีฬา     444 ความคิดเห็น »

Comments are closed.

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน