โยกิร์ต ถูกค้นพบโดยเผ่าทราเซีย ซึ่งเป็นบรรพบุรษเก่าแก่ที่สุดของชาวบัลแกเรีย ชาวทราเซียมีวิธีการเก็บรักษานมไว้ในถุงที่ทำจากหนังแกะ เวลาเดินทางก็จะคาดถุงนี้ไว้ที่เอว ความอบอุ่นจากร่างกายร่วมกับจุลินทรีย์ที่อยู่ในถุงแกะจึงช่วยให้เกิดการหมักขึ้น น้ำนมในถุงจึงกลายสภาพเป็นโยเกิร์ต การศึกษาพบว่าชาวบัลแกเรียจะมีอายุยืนและสุขภาพแข็งแรงเนื่องจากกินโยเกริ์ตเป็นประจำ โยเกิร์ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพดังนี้
1. มีประโยชน์ต่อลำไส้ เนื่องจากโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่จะเข้าไปช่วยเร่งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในลำไส้ใหญ่ โดยช่วยทำลายสารอันตรายต่างๆ เช่น ไนเตรตและไนไตรท์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกาย
2. อุดมด้วยแคลเซี่ยม นอกจากจะเป็นแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันแล้ว ยังช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งในลำไส้ใหญ่ที่เกิดจากการมีกรดไขมันและน้ำดีมากผิดปกติ
3. มีโปรตีนสูง ในโยเกิร์ต 8 ออนซ์จะประกอบด้วยโปรตีน 10-14 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณเท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการโปรตีนของคนเราในแต่ละวัน และโปรตีนในโยเกิร์ตยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย
4. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาพบว่า การกินโยเกิร์ตวันละ 2 ถ้วยเป็นเวลา 3 เดือนจะช่วยเพิ่มระดับอินเตอร์เฟอรอนซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันให้มีปริมาณมากขึ้นรวมถึงแบคทีเรียในโยเกิร์ตยังกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการทำลายเชื้อโรค
5. แก้อาการท้องผูก บรรเทาอาการท้องร่วง ลดกลิ่นปากที่เกิดจากอาหารไม่ย่อย และมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีอาการท้องเดินเนื่องจากอาหารเป็นพิษหรือได้รับการรักษาด้วยรังสีบำบัด
6. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล จากการศึกษาพบว่า โยเกิร์ตสามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอล เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตสามารถกำจัดคอเลสเตอรอลได้
1. ควรเลือกรสธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ แนะนำให้เลือกชนิดไม่หวาน ไขมันต่ำ จะดีที่สุด
2. ดูวันเดือนปีที่ผลิต โดยเลือกซื้อโยเกิร์ตที่มีวันผลิตใกล้เคียงกับวันซื้อมากที่สุด เพราะจะทำให้ได้โยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์มีชีวิตเหลืออยู่มากที่สุด
3. เมื่อเปิดฝาผลิตภัณฑ์ออก ให้สังเกตว่า โยเกิร์ตไม่ควรแยกเป็นชั้นกับน้ำนม
Friday, November 11th, 2011
Wednesday, November 2nd, 2011
Wednesday, November 2nd, 2011
Wednesday, November 2nd, 2011
Wednesday, November 2nd, 2011
Tuesday, November 1st, 2011