เสี่ยเสื้อยืดห่านคู่อาการสาหัสปางตาย-แจ้งจับหุ้นส่วน!

  เมื่อ: Friday, April 8th, 2011, หมวด ข่าวรายวัน     115 ความคิดเห็น »
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

เสี่ยเสื้อยืดตราห่านคู่อาการหนัก

หุ้นส่วน เสื้อยืดตรา “ห่านคู่” พร้อมภรรยาและลูกชาย เข้ามอบตัว ปฏิเสธข้อหาพาชายฉกรรจ์บุกตบ”กรรมการผู้จัดการ” หุ้นส่วนใหญ่ คว่ำกลางวงประชุมผู้ถือหุ้น เลือดคั่งในสมองปางตาย หามส่งไอซียู สอบให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอให้การชั้นศาล ตร.คุมส่งฝากขังศาลทันที ก่อนยื่นคนละ 300,000 บาทได้ประกันตัว แฉขณะมอบตัวมี ส.ต.ท.สังกัด 191 กับพวกคุ้มกันมาด้วย ค้นตัวพบปืน 2 กระบอก พร้อมทั้งตรวจประวัติลูกชายเสี่ยหุ้นส่วน พบเคยติดคุก 9 ปี คดีฆ่าคนตาย ทั้งยังเคยโดนจับคดีอาวุธปืนและบุกรุก

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายธีระศักดิ์ ชนินทราวนิช อายุ 65 ปี หุ้นส่วนบริษัท ไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เสื้อยืดตราห่านคู่ พร้อมด้วย นางอัชชุลี ชนินทราวนิช อายุ 64 ปี ภรรยา นายวุทธา ชนินทราวนิช อายุ 33 ปี และนายชาวิญญ์ ชนินทราวนิช อายุ 32 ปี ลูกชาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ภาสกร มณีรัตน์ พงส.(สบ1) สน.หัวหมาก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันบุกรุก โดยมี พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พ.ต.อ.อาณัติ เกล็ดมณี รองผบก.น.4 พ.ต.อ. สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.หัสดินทร์ นพวงศ์ ณ อยุธยา และ พ.ต.ท.ธารา เครือละม้าย สว.สส. ร่วมสอบปากคำ

สำหรับคดีดังกล่าวสืบ เนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ประภาพร ธนสารสมบัติ อายุ 30 ปี ลูกสาว นายวิกิจ ธนสารสมบัติ อายุ 81 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด เข้าแจ้งความ สน.หัวหมาก ว่านายวิกิจถูกรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการสอบสวน น.ส.ประภาพร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท เรื่องจะขายโรงงานฟอกย้อมที่ จ.ราชบุรี ระหว่างประชุมอยู่นั้น นายธีระศักดิ์ ผู้ถือหุ้นบริษัท 2 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม เดินทางมาที่บริษัท โดยมีภรรยาและลูกชายทั้ง 2 คน พร้อมด้วยชายฉกรรจ์อีก 8 คน อ้างตัวว่าเป็นทหารเดินทาง มาด้วย

น.ส.ประภา พร ให้การต่อว่า จากนั้นทั้งหมดเข้าไปห้องประชุม พูดจาข่มขู่ให้นายวิกิจลาออกจากตำแหน่ง ในขณะนั้น นายชาวิญญ์ชักอาวุธปืนออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้านายวิกิจ ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์จะตบศีรษะนายวิกิจ จนแว่นตากระเด็นหลุด ทำให้นายวิกิจที่มีอาการป่วยด้วยอาการน้ำในสมองมากเกินไป จนต้องเจาะศีรษะดูดน้ำออกถึง 2 ครั้งมาแล้ว ได้รับบาดเจ็บ และอาเจียนออกมาทันที จึงต้องนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์นำเข้าห้องไอซียู ตรวจพบว่ามีอาการเลือดคั่งในสมอง และต้องผ่าตัดถึง 3 ครั้ง รวมทั้งต้องเจาะคอ และต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว กลุ่มผู้หาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อหา และขอให้การในชั้นศาล เจ้าหน้าที่จึงพิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมทั้งให้กลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งประกอบด้วย น.ส.ประภาพร และพนักงานบริษัทที่อยู่ในเหตุการณ์ ชี้ตัวผู้ต้องหาทั้งหมด โดยชี้ยืนยันนายธีระศักดิ์ นางอัชชุลี นายวุทธา และนายชาวิญญ์

พ.ต.อ. อาณัติ กล่าวว่า หลังจากให้ผู้เสียหายชี้ตัวเรียบร้อยแล้ว จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังศาลอาญา เพื่อให้ศาลพิจารณาเรื่องการให้ประกันตัวต่อไป สำหรับกลุ่มชายฉกรรจ์ตามที่ผู้เสียหายระบุว่าเป็นคนทำร้ายร่างกายนั้น จากการสอบถามกลุ่มผู้ต้องหาในเบื้องต้น ทั้งหมดอ้างว่าไม่รู้จัก จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปสืบสวนว่าเป็นทหารจริง หรือแอบอ้าง และจะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติของนายชาวิญญ์ ทราบว่าเคยถูกจำคุก 9 ปี 10 เดือน 3 วัน ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา เหตุเกิดในท้องที่ สน.โชคชัย เมื่อปีพ.ศ.2542 พ้นโทษเมื่อเดือนมิ.ย.2553 หลังจากนั้นในวันที่ 9 ก.ค.2553 ถูกตำรวจ สน.ห้วยขวาง จับกุมข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และในวันที่ 21 ก.ย.2553 ถูกตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต จับกุมได้พร้อมพวกในข้อหาบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ต่อว่า นอกจากนี้ ในขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เดินทางมามอบตัวคดีทำร้ายร่างกายนายวิกิจ ที่สน.หัวหมาก ปรากฏว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดซาฟารีสีดำหลายคนร่วมเดินทางมา ทาง พ.ต.อ.อาณัติจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. 1 กระบอก อยู่ในตัว ส.ต.ท.เฉลิมพล ไข่ทอง ตำรวจสังกัด บก.สปพ. หนึ่งในชายชุดซาฟารีที่มากับผู้ต้องหา โดย ส.ต.ท.เฉลิมพล อ้างว่าเป็นอาวุธปืนของตนเอง แต่ในภายหลังกลับบอกว่า อาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก อยู่ในรถ และไม่ทราบว่าเป็นของใคร เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืน โดยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนจะยึดอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก ไปตรวจสอบต่อไป

จากนั้นพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ควบคุมตัว นายธีระศักดิ์ นางอัชชุลี นายวุทธา และนายชาวิญญ์ ไปยังศาลอาญา เพื่อยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 เม.ย. ต่อมาศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง ขณะที่ญาติผู้ต้องหาทั้ง 4 ก็ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้วอนุญาตปล่อยตัว โดยตีราคาประกันคนละ 300,000 บาท

Comments

comments

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Friday, April 8th, 2011, หมวด ข่าวรายวัน     115 ความคิดเห็น »

Comments are closed.

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน