เขมรขอหย่าศึกกับไทย

  เมื่อ: Wednesday, April 27th, 2011, หมวด ข่าวรายวัน     34 ความคิดเห็น »
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

 

เขมรแหยงนัดขอเจรจาหย่าศึก หลังปะทะเดือดต่อเนื่องหลายวัน ทำตายนับร้อย ผวาโซนิคบูมเปิดสมรภูมิภูมะเขือ

ปะทะเดือดทั้งคืนยันเช้า

สถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา บริเวณชายแดนด้าน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ใกล้กับพื้นที่ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควายของไทย ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียให้กับกองกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายไทยมีทหารเสียชีวิตไปแล้ว 5 นาย บาดเจ็บอีกจำนวนมากนั้น

โดยเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาทหารไทยกับทหารกัมพูชาได้ปะทะกันเป็นระลอกตลอดทั้งคืน ที่บริเวณปราสาทตาควาย บ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได และปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก โดยการยิงต่อสู้ใช้อาวุธเบาและอาวุธหนักนานาชนิด ทั้งปืนอาก้า ปืนเอ็ม 16 ปืนกล และปืน ค. กระทั่งเสียงปืนได้เงียบลงเมื่อเวลา 05.00 น.ของเช้าวันเดียวกันนี้

ทหารบาดเจ็บ7ราษฎร1

ผลจากการปะทะกันดังกล่าว ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 7 นาย และราษฎร์อีก 1 รายคือ นายอัมพร วงศ์ชาดา อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.ตาเมียง ส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย โดยทหารถูกส่งต่อเข้ารักษาที่ รพ.ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดทหารบกสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ ทั้งหมดอาการปลอดภัย ส่วนนายอัมพรถูกส่งไปรักษาตัวที่ รพ.พนมดงรัก นอกจากนี้ยังพบกระสุนปืนไร้แสงสะท้อนของฝ่ายทหารเขมรยิงเข้ามาตกในหมู่บ้าน หนองคันนา 7-8 ลูก ยังไม่ระเบิดจำนวน 3 ลูก และตกในหมู่บ้านหนองจูบ ต.ตาเมียง อีก 4 ลูก ยังไม่ระเบิด 2 ลูก ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารไทยได้เข้าเก็บกู้ระเบิดทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย

สำหรับรายชื่อทหารทั้ง 7 นายที่ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย จ.ส.อ.ดวง โครตศรีกุล, จ.ส.ต.วิจิตร น้อยเจริญ, ส.อ.สุพจน์ บุขุนทด, จ.ส.อ.ปรีชา ราชวงศ์ พลฯประวิทย์ ชมพูน้อย, พลฯธีรพงษ์ สุพรม และทหารพรานฉัตรชัย คำพันธ์ชนะ

ยึดอาวุธหนักทหารเขมร

ส่วนที่ศูนย์อพยพนิคมสร้างตนเอง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันเดียวกัน ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ และ พอ.ปรีชา บุตรราช รองโฆษกกองทัพภาคที่ 2 แถลงข่าวว่า

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา กองร้อยทหารพรานชุดจู่โจมที่ 962 กรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งวางกำลังที่มั่นด้านทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือนธม ได้ยิงปะทะกับทหารกัมพูชาที่เคลื่อนกำลังเข้าสู่ที่มั่นฝ่ายไทย ล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย ประมาณ 500 เมตร ภายหลังการประทะกันนานประมาณ 15 นาที ฝ่ายทหารไทยได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบจุดปะทะ และสามารถยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ของกัมพูชาได้ 5 รายการ ประกอบด้วย เครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 60 มม. 1 กระบอก พร้อมกระสุน 10 นัด เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี 1 กระบอก ลูกจรวดอาร์พีจี 4 นัด และกระสุนปืนกล เอ็ม 80 จำนวน 100 นัด

ปะทะลามถึงศรีสะเกษ

ด้าน จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.35 น.ของวันเดียวกัน เกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา บริเวณพื้นที่ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งห่างจากเขาพระวิหารไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กม. โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าเบื้องต้น ได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งประเทศกัมพูชาก่อน ทหารไทยจึงใช้อาวุธปืนและเครื่องยิงลูกระเบิดยิงโต้ตอบกันไปมา เป็นเวลานานประมาณ 30 นาที สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับราษฎรในหมู่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ ต่างพากันอพยพหนีตายออกจากบ้านเรือนไปหลบภัยอยู่ในศูนย์อพยพหน้าที่ว่าการ อ.กันทรลักษณ์ เบื้องต้นไม่มีรายงานความเสียหายของทั้งสองฝ่าย

แจงทหารเขมรเข้าใจผิด

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีทหารกัมพูชายิงเข้ามาบริเวณภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ว่าขณะนี้ตามแนวชายแดนทั้ง จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ เงียบสงบแล้ว หลังจากผู้บังคับบัญชาของ 2 ประเทศได้เจรจากัน ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องจากทหารกัมพูชาพบเห็นเครื่องบิน เอฟ 16 ของกองทัพอากาศไทย ที่ฝึกบินตามตารางบิน อีกทั้งเครื่องบินชนิดดังกล่าว เป็นเครื่องบินความเร็วสูง

ขณะที่ฝึกนั้นเกิดเสียงดัง ทหารกัมพูชาเข้าใจผิดว่าทหารไทยยิงระเบิด จึงยิงปืนเล็กและเครื่องยิงระเบิด เข้ามาชายแดนภูมะเขือ และชายแดน อ.พนมดงรัก แต่เมื่อผู้บัญชาการระดับสูงเจรจากันแล้วพบว่าเป็นความเข้าใจผิดทั้งสองจึง หยุดปะทะ ซึ่งการสั่งให้ยิงหรือหยุดนั้นอยู่ที่การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ของกัมพูชา แต่ในส่วนของทหารผู้ปฏิบัติงานนั้น ยังมีการเจรจากับทหารไทยที่แนวชายแดน เมื่อมีคำสั่งให้ยิงผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องยิงตามคำสั่ง ซึ่งจากเหตุดังกล่าวยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ทอ.รับส่งเอฟ 16 โฉบชายแดน

พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีที่สื่อกัมพูชาเสนอข่าวว่า มีเครื่องบินเอฟ  16 ของไทยบินรุกล้ำเข้าไปในเขตแดนกัมพูชาว่า กองทัพอากาศปฏิเสธข่าวดังกล่าว ที่ผ่านมากองบิน 1 จ.นครราชสีมา ได้มีการดำเนินการฝึกบินตามวงรอบ ไม่ได้มีการนำเครื่องบินรุกล้ำดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน จึงขอย้ำว่าการฝึกบินของกองทัพอากาศยังคงดำเนินการต่อไปในพื้นที่การฝึก และจะมีการเพิ่มภารกิจในการบินลาดตระเวนรักษาเขต หรือบินลาดตระเวนตามแนวชายแดน ขอให้กัมพูชาเข้าใจว่าการฝึกบินดังกล่าวเป็นการฝึกบินตามปกติ

และใน ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ มีการนำเครื่องบินเอฟ 16 จำนวน 2 ลำบินลาดตระเวน ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ สุรินทร์ และสระแก้ว ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการปฏิบัติการในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ โดยการปฏิบัติครั้งนี้จะห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา 5-10 กิโลเมตร โดยยืนยันจะไม่รุกล้ำเข้าไปเขตแดนกัมพูชา ซึ่งการบินในครั้งนี้อาจมีเสียงค่อนข้างดัง เพราะเครื่องบินจะบินด้วยความเร็วสูง

“ประวิตร” ลงพื้นที่สุรินทร์

เมื่อเวลา 14.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และคณะนายทหารจากกองทัพบก ได้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ และโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน

จากนั้นได้เดินทางไปรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 โดยมี พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) และ พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยการสู้รบ ที่ศูนย์อพยพชั่วโรงเรียนบ้านโคกสะอาด ต.โคกสะอาด อ.พนมดงรัก

คลังให้งบสร้างหลุมหลบภัย

ขณะที่ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ มท 0617/3654 ลงวันที่ 26 เม.ย. 2554 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ แจ้งว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้อนุมัติให้ จ.สุรินทร์ ดำเนินการก่อสร้างหลุมหลบภัยในพื้นที่ อ.กาบเชิง และ อ.พนมดงรัก จำนวน 169 แห่งๆ ละ 109,000 บาท เป็นเงิน 18,421,000 บาท แยกเป็น อ.กาบเชิง 131 แห่ง, อ.พนมดงรัก 31 แห่ง และนายอำเภอท้องที่อนุมัติจำนวน 7 แห่ง และให้จัดซื้อเครื่องเตือนภัยมือหมุน ให้ อ.พนมดงรัก จำนวน 16 อัน ๆ ละ 10,165 บาท เป็นเงิน 162,240 บาท รวม 2 โครงการ เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 18,583,640 บาท ซึ่ง จ.สุรินทร์ จะได้ดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติโดยเร่งด่วน ต่อไป

“สุเทพ” ปราม “กษิต” ใจเย็น ๆ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการที่รัฐบาลไทยจะทบทวนความสัมพันธ์กับกัมพูชาตาม ข้อเสนอของ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ว่า ความจริงนายกษิต เป็นรมว.ต่างประเทศ ก็ควรต้องใจเย็นหน่อย โดยหลักแล้วเราต้องการอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติ

ส่วนเรื่องการนำประเทศที่สามเข้ามา หากเราไม่เห็นด้วยทางกัมพูชาเอามาไม่ได้ คนที่จะมาต้องตกลงกับเราก่อน และเรายังยืนยันที่จะให้เป็นเรื่องระหว่างสองประเทศ เพราะไม่มีใครที่จะเข้าใจปัญหาตรงนี้ได้ดีกว่ากัมพูชาและไทย ดังนั้น 2 ประเทศนี้ต้องนั่งคุยกัน ถึงใครจะเข้ามา 2 ประเทศนี้ก็ต้องคุยกันอยู่ดี

ไม่เชื่อ “ฮุนเซน” ป่วยหนัก

“หน้าที่ของทหารคือดูแลปกป้องอธิปไตยของประเทศ เขาก็ทำตามที่เขามีภาระหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ทำนองว่าตั้งรับอย่างเดียว ไม่รุกไปบ้าง ทหารก็ต้องตอบว่าจะรุกได้ต่อเมื่อรัฐบาลสั่ง แต่รัฐบาลจะไม่ไปสั่งให้ไปบุกรุกประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน เราแค่รักษาอธิปไตยของเราพอแล้ว และถือว่าไม่ได้เสียเปรียบกัมพูชาด้วย ผมไม่อยากพูดถึงตัวเลขการสูญเสีย พูดแล้วก็จะเหมือนยั่วยุกัน แต่เราไม่เคยเสียเปรียบ ส่วนข่าวลือว่าสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาป่วยหนักนั้น ตนคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องจริง” นายสุเทพ กล่าว

ลั่นทบทวนความสัมพันธ์

ที่รัฐสภา ก่อนการประชุมครม.นายกษิต ภิรมย์ กล่าวว่า รัฐบาลได้แจ้งไปยังกัมพูชาว่าพร้อมที่จะเจรจา และแจ้งไปยัง รมว.ต่างประเทศของอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน และชี้แจงผ่านผู้แทนถาวรเกี่ยวกับท่าทีของไทยว่า ยังพร้อมเจรจาทั้งระดับท้องถิ่น ระดับคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) และคณะกรรมาธิการร่วม (เจซี) แต่ใน 2-3 วันที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธ โดยเฉพาะการพูดคุยระหว่างทหารในระดับท้องถิ่น แต่เขาอ้างว่าไม่สามารถพูดจากับเราได้ เนื่องจากทางพนมเปญยังไม่สั่งการมา จึงแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของกัมพูชาว่าไม่อยากพูดคุยกับเรา อยากจะปะทะเพียงอย่างเดียว ซึ่งรัฐบาลกับกระทรวงกลาโหมจึงต้องหารือกันเพื่อทบทวนนโยบายความสัมพันธ์กับ กัมพูชา

จวกเขมรยิงก่อนทุกครั้ง

“เรื่องนี้จะพูดคุยในครม. เพราะนิ่งเฉยไม่ได้ นโยบายอดทน อดกลั้น และพยายามจะเจรจามาตลอดของเราก็ต้องทบทวน การปะทะทุกครั้งก็ยิงเราก่อน ขอเจรจาเสร็จ ตกลงกันเรียบร้อย ก็ยิงเราก่อน ไปเช็คกับฝ่ายทหารได้ว่า เราไม่เคยเป็นผู้กระทำ หรือนำความสูญเสียให้ชาวกัมพูชา เราเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือตลอดแนวชายแดน โรงพยาบาลของไทยให้การรักษาพยาบาลชาวกัมพูชาที่ยากไร้ ซึ่งเป็นการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมอย่างเต็มที่

รวมทั้งดูแลแรงงาน กัมพูชาด้วยดี จึงขอให้คนไทยเข้าใจ โดยเฉพาะจะเอาเรื่องกัมพูชามาเป็นการเมืองภายในต้องยุติ เอาผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้ง ที่ผ่านมาเราเล่นแร่แปรธาตุกันเองตลอดเวลา โดยเอาเรื่องกัมพูชามาเป็นเครื่องเล่น” รมว.ต่างประเทศ กล่าว

“ประวิตร” ยันควบคุมได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาว่า พื้นที่บริเวณชายแดนถือว่าเรายังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ เพียงแต่มีการปะทะกันประปราย ผู้สื่อข่าวถามถึงรายงานข่าวที่ว่าทางกัมพูชาพยายามจะเข้ามายึดปราสาทตาควาย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มี ไม่ได้ เรายึดอยู่ เราดูแลอยู่ เขาจะมายึดไม่ได้ เพราะปราสาทตาควายอยู่ในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีปัญหาอยู่”

ฉุนสื่อถามทหารไทยตั้งรับ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการวิจารณ์ว่าไทยมีการตั้งรับเป็นหลัก พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “คุณจะให้เราทำอย่างไร เราก็ดูแลอธิปไตยของเรา คุณจะให้ทำอย่างไง คุณอยู่บ้านคุณ ใกล้บ้านกัน คุณจะไปยึดบ้านเขาไหม คุณจะเอาอย่างไง จะเอาแบบไหน ได้ทั้งนั้น แบบที่ผบ.ทบ.บอกว่าตอนนี้เราดูแลอธิปไตยของเรา แล้วที่มาบอกว่าเราตั้งรับนั้น ตั้งรับอย่างไรผมไม่เข้าใจ แต่ยืนยันว่าถ้ากัมพูชายังไม่หยุด เราก็ไม่หยุด เราจะไม่ยอมให้เขาทำเฉยๆ เขาทำอะไรเรามา เราก็ตอบไปอย่างนั้น แล้วคุณจะให้เราทำอย่างไร ผมถามหน่อย”

ฟุ้งบิ๊กทหารเขมรดับด้วย

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในระหว่างการประชุมครม. พล.อ.ประวิตร ได้รายงานสถานการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา บริเวณ จ.สุรินทร์ ให้ครม.รับทราบ โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันได้ว่าทางฝ่ายไทยไม่ได้เริ่มก่อน และเราก็ไม่ได้ใช้อาวุธจากสารเคมี ซึ่งจุดที่ปะทะกันมีแค่ 2 จุดคือที่ปราสาทตาควาย และตาเมือนธมเท่านั้น ไม่มีที่อื่น โดยการปะทะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. เวลา 18.30 น. และปะทะกันต่อเนื่องจนมาถึงวันนี้ (26 เม.ย.) มีการยิงกันล่าสุดเวลา 04.00 น. ซึ่งโดยรวมแล้วคนไทยได้รับบาดเจ็บ 24 คน เสียชีวิต 5 คน ส่วนฝ่ายกัมพูชานั้นเสียชีวิตจำนวนมาก ที่สำคัญมีทหารระดับรองผู้บัญชาการกองพลของกัมพูชาเสียชีวิตด้วย ยืนยันว่ากองทัพสามารถปกป้องอธิปไตยได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่มีการเสียดินแดน และจะทำให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด

ฟ้องประชาคมโลก

รายงานข่าวแจ้งว่า จากนั้นนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ รายงานว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังอาเซียน ยูเนสโก และยูเนสโกที่นิวยอร์คว่าเรายืนยันที่จะให้มีการเจรจาระดับทวิภาคี แต่กัมพูชายืนยันอย่างเดียวที่จะให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซง และในการหารือกับประธานอาเซียนที่เดินทางมาประเทศไทยในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ตนก็จะยืนยันว่าเงื่อนไขของเราคือต้องการให้กัมพูชาถอนกำลังออกจากวัดแก้ว สิกขาคีรีสวาระ และบริเวณปราสาทพระวิหาร

คุยเขมรไม่มีทางชนะไทย

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้มีรัฐมนตรีหลายคนได้แสดงความคิดในเรื่องดังกล่าว อาทินายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่อยากให้การสู้รบที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ลุกลามเป็นสงคราม ซึ่งนายกษิต ได้ชี้แจงว่า ทางกัมพูชาไม่มีทางชนะเราอย่างแน่นนอน และเราสามารถตอบโต้ทางกัมพูชาได้ เช่นเรื่องการให้เงินช่วยเหลือ การตัดช่องทางไม่ให้คนไทยเข้าไปเล่นในบ่อนของเขา รวมทั้งใช้แรงผลักดันจากประชาคมโลก ขณะที่พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราอยากให้มีการหยุดยิงทั้ง 2 ฝ่ายทันที และเจรจาทวิภาคี แต่กัมพูชาต้องการยกระดับปัญหา ทั้งนี้ในช่วงสุดท้ายนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า มีบางคนปล่อยข่าวเพื่อทำลายพวกเรากันเอง เพื่อให้รัฐบาลกับกองทัพขัดแย้งกัน แต่ยืนยันว่าทหารกับรัฐบาลเข้าใจกันดี ตนได้คุยกับ ผบ.ทบ.วันละหลายรอบ ไม่ต้องห่วง

ของบลับ 1.2 พันล้านซื้ออาวุธ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุม ครม. นอกจาก พล.อ.ประวิตร จะได้รายงานสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ให้ ครม.รับทราบแล้ว ยังได้เสนอขออนุมัติงบลับจาก ครม.จำนวน 1,237, 041,500 บาท เพื่อใช้ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย 4 รายการ เช่น กล้องเราดาร์ 4 ชุด ลูกจรวด สำหรับรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังมีการสู้รบกันอย่างต่อ เนื่อง ซึ่ง ครม.ได้ให้ความเห็นชอบตามนั้น นอกจากนี้ ทาง กอ.รมน. ยังได้ขออนุมัติงบลับจำนวน 8,792,616,300 บาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานใหม่ รับมืองานด้านความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่ง ครม.ได้ให้ความเห็นชอบเช่นกัน

ครม.เห็นชอบ 3 มาตรการ

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นสอดคล้องกันใน 3 ประเด็น ที่กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการ คือ 1.มาตรการทางทหารเพื่อให้ผลักดันการใช้อาวุธหนักของกัมพูชาเข้ามาในเขตแดน ไทย และไม่ให้พื้นที่ปะทะกันขยายวงออกไป เพื่อไม่ให้กัมพูชาไม่สามารถนำไปกล่าวอ้างกับนานาชาติในการยกระดับปัญหา ระหว่างไทยกับกัมพูชาให้เป็นปัญหาสากล 2.มาตรการทางการทูตในการขอความร่วมมือจากนานาชาติและอาเซียน ช่วยดึงกัมพูชากลับมาสู่กรอบการหารือระดับทวิภาคี

และ 3.มาตรการที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ข่าว การร่วมมือทางการค้า และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนกำลังทหารแต่ละจุดตามแนวชายแดนนั้นยังเท่าเดิม และไม่มีการเพิ่มกำลังทหาร แต่ถ้าจะขยายจุดหรือเพิ่มกำลังทหาร จะต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อขอความเห็นชอบ

นายกฯ เผยไทย-เขมรนัดถก

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่า ยังมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง แต่แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ บางพื้นที่เป็นการปะทะกันที่อาจเกิดจากความเข้าใจผิด และเป็นปัญหาการสั่งการต่าง ๆ ของฝ่ายกัมพูชา ขณะที่บางเหตุการณ์เป็นความพยามการโจมตีไทย ซึ่งเราต้องตอบโต้เพราะเราไม่ยอมให้เขามายึดพื้นที่เด็ดขาด ส่วนแนวโน้มในตอนนี้อย่างน้อยที่สุดในระดับรัฐมนตรีกลาโหมของทั้ง 2 ฝ่ายจะได้คุยกัน ซึ่งล่าสุด พล.อ.เตีย บัญห์ รมว.กลาโหมของกัมพูชา ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าจะเชิญ พล.อ.ประวิตร ไปพูดคุยในวันที่ 27 เม.ย.นี้ ซึ่งเราก็ยินดีไปพูดคุย

ยันไม่ทำให้เลื่อนยุบสภา

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าปัญหานี้อาจส่งผลให้เลื่อนการยุบสภาและการเลือกตั้งออกไป นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีประเด็นนั้น ตนคิดว่าทิศทางและนโยบายชัดเจนอยู่แล้ว และกองทัพได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตย ซึ่งกองทัพทราบดีว่าพื้นที่ต่างๆ ที่มีการตรึงกำลังนั้นไม่มีถอยอยู่แล้ว อีกทั้ง การยุบสภาไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยไม่มีรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแบบนี้ตนคิดว่าทำได้เต็มที่อยู่แล้ว และไม่เกี่ยวกับการมีประโยชน์ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมือง หรือเอาเปรียบระหว่างพรรคการเมืองด้วยกัน

3 อำเภอสุรินทร์พื้นที่ภัยพิบัติ

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ จ.สุรินทร์ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยอันเนื่องมาจากกองกำลังนอกประเทศ) ใน 3 อำเภอ 11 ตำบล 142 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.พนมดงรัก รวม 4 ตำบล 55 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ต.บักได ต.ตาเมียง ต.จีกแดก ต.โคกกลาง อ.กาบเชิง รวม 5 ตำบล 76 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ต.แนงมุด ต.โคกตะเคียน ต.กาบเชิง ต.ตะเคียน อ.ปราสาท รวม 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน

ประกอบ ด้วย ต.โคกสะอาด ต.โชคนาสาม ทหารเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 25 นาย ทั้งนี้ได้อพยพราษฎรประมาณ 25,835 คน ไปอาศัยที่จุดรองรับการอพยพ 22 จุด ได้แก่ จุดรองรับผู้อพยพอำเภอพนมดงรัก 3 จุด ผู้อพยพ 5,292 คน จุดรองรับผู้อพยพอำเภอกาบเชิง 4 จุด ผู้อพยพ 3,817 คน จุดรองรับผู้อพยพอำเภอปราสาท 13 จุด ผู้อพยพ 15,612 คน และจุดรองรับผู้อพยพอำเภอสังขะ 2 จุด ผู้อพยพ 1,114 คน

พาณิชย์ส่งเสบียงช่วยทหาร

ที่กระทรวงพาณิชย์ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.กระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานพิธีส่งมอบข้าวสารจำนวน 3 หมื่นถุงหรือ 1.2 แสนกก. ไข่ไก่ 3 หมื่นฟอง และน้ำมันพืช 1,200 ขวดให้แก่กระทรวงกลาโหม เพื่อสนับสนุนกำลังพลทหารกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และช่วยเหลือผู้อพยพจากเหตุปะทะกัน โดยนางพรทิวากล่าวว่า สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดมีการปิดด่านชายแดน 2 แห่ง คือ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ และจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ ทำให้การค้าชายแดนบริเวณดังกล่าวหยุดชะงัก ส่วน การค้าชายแดนด้าน จ.สระแก้ว และตราด ยังดำเนินได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ยอดการค้าชายแดนโดยรวมของไทยไม่ได้รับผลกระทบนัก เพราะการค้าชายแดนมีสัดส่วนแค่ 7.1% เท่านั้น

ยันไม่กระทบเศรษฐกิจมหภาค

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนการปิดด่านชานแดน หากกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าสมควร เพื่อเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงวัตถุดิบที่เป็นยุทธปัจจัย “กระทรวงพาณิชย์ต้องการให้กระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศตัดสินใจ ดำเนินมาตรการใดๆเกี่ยวกับการปกป้องรักษาอธิปไตยได้อย่างเต็มที่ไม่ต้อง กังวลเรื่องผลกระทบทางการค้า กระทรวงพาณิชย์พร้อมให้ความร่วมมือและปฏิบัติการไปในทิศทางเดียวกันอย่าง เต็มที่ เรื่องค้าขายเราสามารถนำสินค้าไปขายทีหลังก็ได้”

ทางด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา หากอยู่ในวงจำกัดคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมหภาค เนื่องจากการส่งออกของไทยไปกัมพูชามีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของการส่งออกทั้งหมด

ทหารเขมรตายเพิ่มอีก 1 ศพ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า พ.อ.ซัวส์ โซเธีย ผู้บังคับการทหารกัมพูชาประจำชายแดน เปิดเผยว่า เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา มีทหารกัมพูชาเสียชีวิตไปอีก 1 ศพหลังจากที่บังเกอร์พังถล่มลง เพราะถูกกระสุนปืนใหญ่ของทหารไทยยิงถล่มอย่างหนัก จนถึงขณะรายงานข่าวนี้มีทหารกัมพูชาเสียชีวิตเพราะการสู้รบไปแล้ว 8 ศพ และยังสูญหายอีก 1 คน

2 ฝ่ายตกลงเจรจาหยุดยิง

ในเวลาต่อมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาว่า รัฐมนตรีกลาโหมของไทยและกัมพูชา เตรียมพบปะเจรจากัน เพื่อหาทางสงบศึก โดยแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เมื่อวันอังคารระบุว่า พล.อ.เตีย บันห์ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ตกลงที่จะพบปะหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รัฐมนตรีกลาโหมของไทย ในไม่ช้า เพื่อหาแนวทางหยุดยิง ระหว่างกองทัพของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่ง ทางฝ่าย พล.อ.ประวิตรได้แสดงท่าทีตกลง ที่จะเจรจากับ พล.อ.เตีย บันห์ แล้ว

สหรัฐวอนสองฝ่ายอดกลั้น

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐขอเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาแสดงความอดกลั้นอย่างถึงที่สุดและ ใช้มาตรการในอันที่จะคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดในทันที หลังมีการปะทะกันอย่างดุเดือดที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้สหรัฐมีพันธกรณีโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ของไทยและกัมพูชาโดยหวังที่ยุติ ความรุนแรง ซึ่งสหรัฐมีความวิตกกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการปะทะกันของทหารทั้งสองฝ่าย บริเวณชายแดน การสูญเสียชีวิต อพยพชาวบ้าน ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ล้วนเป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศสหรัฐยินดีที่อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนเป็นคนกลางช่วย เจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องนี้

เจรจาล่ม-ประวิตรขอเลื่อน

ในเวลาต่อมา พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าให้ไปเจรจากับ พล.อเตีย บันห์ว่า มีการนัดหมายกัน แต่ตนติดภารกิจต้องเดินทางไปพบ รมว.กลาโหมจีน ที่นัดไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ตนไม่สามารถไปพบกับ พล.อเตีย บันห์ได้ ซึ่งวันนี้ตนได้โทรศัพท์คุยกับท่านแล้ว และได้ขอโทษท่านไป ซึ่งท่านก็เข้าใจว่าตนไม่สามารถเลื่อนนัดกับทางรมว.กลาโหมจีนได้ อย่างไรก็ตามหลังจากกลับมาจากจีนตนจะติดต่อกับ พล.อ.เตีย บันห์ อีกครั้งว่าเราจะมาพูดคุยกันได้ในวันไหน และจะหารือในเรื่องอะไรบ้าง ตอนนี้ยังคงตอบไม่ได้ ว่าจะคุยในเรื่องใดบ้างต้องรอให้กลับจากจีนก่อน

เรียกทูตจีน-เวียดนามชี้แจง

ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น.นายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญ นายก่วน มู่ เอกอัคราชทูตจีน ประจำประเทศไทย และนายโงว ดึ๊ก ทัง เอกอัคราชทูตเวียดนาม ประจำประเทศไทย เข้าชี้แจงถึงสถานการณ์การปะทะ บริเวณปราสาทตามเมือนธม และปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายริเริ่มก่อน และไม่ต้องการขยายพื้นที่ในการปะทะตามแนวชายแดน พร้อมกันนี้ทางไทยได้ขอร้องให้ทูตทั้ง 2 ประเทศ ช่วยโน้มน้าวให้กัมพูชาเข้าสู่โต๊ะเจรจาที่มีในทุกระดับ ที่จะสามารถคลี่คลายความขัดแย้งได้ โดยใช้กลไกลทวิภาคี ทั้งนี้เอกอัคราชทูตจีนพร้อมที่จะรวมหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้ง โดยจะนำเรื่องไปหารือกับทางรัฐบาลจีนอีกครั้ง ในส่วนของเอกอัคราชทูตเวียดนาม ยืนยันเป็นมิตรทั้ง 2 ประเทศ และเวียดนามจะวางตัวเป็นกลางต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะให้การแก้ปัญหานี้เป็นไปตามแนวทางประธานอาเซียนที่ได้วางไว้ก่อน หน้านี้

ตะลึง!ทหารเขมรตาย300ศพ

แหล่งข่าวทางทหารระบุเพิ่มเติมว่า  มีรายงานข่าวว่าเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทหารกัมพูชาได้ขนศพทหารจำนวนกว่า 300 ศพ ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ลงไปไว้ที่วัดทะมอโดน บริเวณทางขึ้นกระเช้าไฟฟ้ามายังปราสาทตาควาย โดยสาเหตุที่ทหารเขมรเสียชีวิตจำนวนมากเช่นนี้ เพราะไม่ชำนาญเส้นทางที่ต้องขึ้นเขา และถูกปืนใหญ่ไทยยิงสนับสนุนตลอดเวลา ส่งผลให้ทหารบางหน่วยถึงกับไม่กล้าบุกขึ้นมา แต่ก็ถูกผู้บังคับหน่วยจี้บังคับให้บุกประชิดทหารไทยหวังยึดปราสาทตาควายให้ ได้

เสี้ยมบอยคอตสินค้าไทย

ผู้สื่อข่าวรารายงานว่า วิทยุเสียงกัมพูเจีย คลื่น FM 95.00 MHZ ที่รับฟังได้ตลอดแนวชายแดน จ.สุรินทร์ ในทุกช่วงรายการมีการเปิดสายให้ผู้ฟังโฟนอินเข้ามาแสดงความคิดเห็น ในเรื่องการปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งมีผู้ฟังจำนวนมากโทรศัพท์เข้ามา ต่างแสดงความโกรธแค้นที่ไทยรุกรานเขมรก่อน ทั้งที่ไทยเป็นประเทศใหญ่กว่า ต่างสาปแช่งทหารไทยที่เข้ายึดปราสาทที่เป็นของเขมร และยังปลุกระดมให้เยาวชนเขมรมีจิตสำนึกรักชาติ อย่าเอาอย่างไทยที่มีแต่ทะเลาะเบาะแว้งเพื่อแย่งอำนาจกัน พร้อมทั้งให้ช่วยกันบอยคอตสินค้าไทย และสนับสนุนทหารที่บุกชิงพื้นที่ปราสาทให้เอากลับมาให้ได้

กระสุนตกใส่บุรีรัมย์-เจ็บ3

นายแพทย์สมพงษ์ จรุงจิตตนุสนธิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทำให้มีกระสุนปืนของทหารเขมรตกมาในพื้นที่ บ้านโคกกระชาย หมู่ 10 หมู่ 13 และหมู่ 15 อ.บ้านกรวด ส่งผลให้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย คือนายสนั่น เติมประโคน อาการสาหัส ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนที่ รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ ส่วนอีก 2 รายไม่ทราบชื่อ โดยรายแรกไปเย็บแผลที่ รพ.ประโคนชัย แล้วกลับไปพักที่ศูนย์อพยพแล้ว รายที่สองบาดเจ็บเล็กน้อยทำแผลที่ศูนย์อพยพ ยังไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

กระสุนตกใส่บ้านผญบ.เจ็บ3

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน ทหารกัมพูชาได้ยิงปืนแบบ BM21 เข้ามายังฝั่งไทย กระสุน 2 นัดได้ตกใส่บ้านพักของ นายพรชัย จงกลด ผู้ใหญ่บ้านดีเด่นของหมู่ 8 ต.กาบเชิง ส่งผลให้ภรรยาและลูกสาววัย 16 ปีได้รับบาดเจ็บ แต่อาการไม่สาหัส รวมทั้งนายวีรยุทธ คำบาน อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ทั้งสามกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้าน นอกจากนี้ยังทำให้บ้านพังเสียหายทั้งหลัง หลังเกิดเหตุผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งรักษายัง รพ.ปราสาท ส่วนนายพรชัย ไม่ได้อยู่บ้าน.

แหล่งข่าว : http://www.dailynews.co.th

Comments

comments

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Wednesday, April 27th, 2011, หมวด ข่าวรายวัน     34 ความคิดเห็น »

Comments are closed.

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน