วิสามัญไอ้คลั่งยิงฆ่า 2 ศพ

  เมื่อ: Thursday, April 14th, 2011, หมวด ข่าวรายวัน     112 ความคิดเห็น »
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...

เตรียมปูนบำเหน็จให้ตำรวจจร.สน.ดุสิต ที่ถูกไอ้คลั่งสังหารโหด 5 ขั้น7 ชั้นยศ แม่หมอเผยคนร้ายถูกวิฯขณะลูกเป็นตัวประกัน

เมื่อ เวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.คมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายก่อเหตุชิงรถเก๋งและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณแยกไฟแดงถนนพญาไทฝั่งมุ่งหน้าเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1  พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.  เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน  แพทย์นิติเวชรพ.รามาธิบดี อัยการ กรมการปกครอง และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนตรงช่องทางเดินรถด้านขวาสุด หน้าสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี พบรถโตโยต้า  คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌส 131 กทม. จอดอยู่ในสภาพถูกยิงมีรอยกระสุนพรุนรอบคัน นับได้ประมาณ 35 รู ยางล้อรถแตกทั้ง 4 เส้น ขณะที่บนพื้นถนนจากช่องทางเดินรถที่ 2 จนถึงริมบาทวิถี พบปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 และ 9 ม.ม.ตกอยู่เกลื่อน จำนวน 19 ปลอก ตรวจสอบภายในรถตรงเบาะที่นั่งคนขับ พบศพคนร้ายชื่อ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีฟ้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะด้านหลังและท้ายทอย จำนวน 5 นัด ที่หลังมือขวาทะลุฝ่ามือ 1 นัด และที่นิ้วโป้งซ้าย 1 นัด นอกจากนี้ยังพบร่อยรอยการเย็บบาดแผลที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ของคนร้าย แพทย์นิติเวชสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการถูกของมีคมบาดก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลมาได้ไม่เกิน 7 วัน  นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ลำกล้อง 2 นิ้ว ถูกยิงจนหมดโม่ จำนวน 6 นัด ตกอยู่ในรถใกล้ศพคนร้ายด้วย 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สน.พญาไท  พล.ต.ต.อิทธิพล  พล.ต.ต.วิชัย เจ้าหน้าที่อัยการ  และแพทย์นิติเวช  ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงทั้งหมดกับสื่อมวลชน โดย พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา คนร้ายที่ก่อเหตุคือนายธาดา  ได้ขับรถโตโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ทะเบียน ภท7646 กทม. เข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่  ทะเบียน ฎก6345 กทม. ของ ร.ต.วิชัย วิลัยรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลอนันต์ 2 ในท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยใช้อาวุธมีดไล่แทง ร.ต.วิชัย แต่ผู้เสียหายหลบทัน  จากนั้นนายธาดา ได้ขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุทาง สภ.บางกรวย ได้ประสานมายังตำรวจนครบาลให้ช่วยแจ้งวิทยุสกัดจับทันที

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ต่อมานายธาดา ขับรถถึงบริเวณแยกขัตติยานี  ดต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่.จร.สน.ดุสิต จึงออกจากป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรเพื่อขวางรถไว้ แต่นายธาดา ได้ลงจากรถตรงเข้าไปต่อสู้ และล็อกตัว ด.ต.ลิขสิทธิ์ ไว้ได้ก่อนชักอาวุธมีดจ้วงแทงตามลำตัวถึง 20 แผล ก่อนแย่งอาวุธปืนจาก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงใส่ศีรษะ 1 นัด จนเสียชีวิต  หลังก่อเหตุก็รีบขึ้นรถขับหลบหนีมาตามถนนศรีอยุธยา จนกระทั่งมาถึงแยกศรีอยุธยา นายธาดาขับรถเสียหลักพุ่งไปชนท้ายรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน  ทะเบียน ฌส131 กทม. ที่มี พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าของรถ กับรถโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศฎ1975 กทม.ที่จอดบริเวณแยกดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า จากนั้นนายธาดา ได้ลงจากรถโตโยต้า คัมรี่ คันเดิม แล้วเดินตรงไปที่รถโตโยต้า คัมรี่ ของพญ.พิภัทรา ก่อนจะชักอาวุธปืนจี้ชิงรถคันดังกล่าว พร้อมทั้งไล่แม่ของ พญ.พิภัทรา ลงจากรถ จากนั้นก็จับ พญ.พิภัทรา เป็นตัวประกัน ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนี ขณะนั้นเอง ก็ได้มีนายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดี ขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว3087 กทม. ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน เข้ามาขวางเอาไว้ นายธาดา จึงชักอาวุธปืนยิงใส่นายอำนาจ กระสุนเข้าที่บริเวณขมับขวาจนเสียชีวิตทันที ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนีต่อไป จังหวะนั้น ดต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่.จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว ก็พยายามเข้ามาขวางรถไว้  แต่ก็ถูกนายธาดา ขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก ก่อนขับรถหลบหนีมาถึงบริเวณแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ.  ฝ่ายสืบสวนพญาไท และอีกหลายหน่วยก็ได้เข้าไปสกัดจับ บล็อกรถเอาไว้ จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. เข้าไปชาร์จ ก่อนจะช่วยเหลืออุ้ม พญ.พิภัทรา ออกมาจากรถได้ แต่ก็ถูกนายธาดา ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย ขณะเดียวกันนายธาดา ก็พยายามยิงต่อสู้กับตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องวิสามัญนายธาดาดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดาพบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่ กทม.เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ก็เอารถโยโยต้า โคโรลล่า  ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ ของ ร.ต.วิชัย กระทั่งมาถูกวิสามัญดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดานั้นยังไม่พบว่า เคยมีประวัติทำผิดกฎหมายมาก่อน หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้าคัมรี่คันแรก แจ้งว่านายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่า ในร่างกายมีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่  นอกจากนี้จากากรตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา เบื้องต้นพบว่า ที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยมีเย็บเนื่องจากถูกกรีดจำนวยหลายแผล โดยแพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.ก็ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิในกฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสีย ชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ ก็มีพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพื่อทำให้เกิดความกระจ่างและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดาพบว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.  น.ส.ธันยพัด อินทมาศ  พี่สาวของนายธาดา ได้เดินทางที่มา สน.พญาไท  เพื่อให้ปากคำ โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.  ร่วมสอบด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.ส.ธันยพัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา น้องชายของตนได้เดินทางจาก จว.นครศรีธรรมราช ขึ้นมา กทม. และมาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี  ซึ่งน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้จำนวน 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี  แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ตนจึงให้เงินไปจำนวน 1,000 บาท จากนั้นในช่วงเช้าของวันนี้  น้องชายได้ขอยืมรถยนต์ของตนไปแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน  กระทั่งได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุและถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  กล่าวว่า  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป ส่วนผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป

Comments

comments

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Thursday, April 14th, 2011, หมวด ข่าวรายวัน     112 ความคิดเห็น »

Comments are closed.

ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย ระบบมีการบันทึก IP Address, ข้อมูลผู้โพสต์ สามารถทำการตรวจสอบได้หากมีการร้องเรียน